Body Shaping

Radio Frequency  หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า RF คือ เทคโนโลยีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนๆในรูปแบบของคลื่นวิทยุซึ่งมีความถี่ในช่วงความถี่ 0.3 – 0.5 MHz (เมกะเฮริตซ์)ซึ่งถือเป็นช่วงความถี่ที่มีความปลอดภัย

Radio Frequency (RF) ทำงานโดยการนวด พร้อมปล่อยพลังงานในช่วงคลื่นความถี่วิทยุ ในรูปของกระแส ไฟฟ้าอ่อนๆ ที่สามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นที่ลึกลงไป   ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการไหลเวียน ของโลหิต น้ำเหลือง ของเหลวในร่างกาย และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง โดยมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 3° C- 5° C ซึ่งนับเป็นวิธีการที่ปลอดภัยสูง เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สูงขึ้นแต่ไม่เกิน 42° C ซึ่งการทำ RFจะส่งผลให้ระบบโลหิตบริเวณที่ได้รับการรักษาดีขึ้น หลอดเลือดขยายตัว ช่วยให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยมีการขับของเสียออกมาในรูปของเหงื่อและระบบน้ำเหลือง

ประโยชน์ที่ได้จาก RF

• RF ช่วยให้ผิวยกขึ้น กระชับขึ้น และอ่อนเยาว์ขึ้น
• RF ช่วยให้ริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม  ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และรอยตีนกา ลดลง
• RF ช่วยกระชับผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณใต้ขากรรไกร และคาง ทำให้รูปหน้าชัดขึ้น
• RF ช่วยกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนใหม่ส่งผลให้บริเวณที่ทำดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้น และดูมีเลือดฝาด
• RF ช่วยเร่งให้เกิดการเผาผลาญของไขมันในร่างกาย กระตุ้นให้ร่างกายขับของเสียออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำเหลือง
• RF ช่วยขจัดไขมันและเซลลูไลท์  ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้น

ข้อดีจากการทำ RF

• รวดเร็วทันใจ
• ไม่มีผลข้างเคียง
• ไม่มีรอยแผลเป็น รอยดำ รอยไหม้ และสะเก็ด หลังการทำRF

ทำการรักษาด้วย RFกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

โดยปกติจะพบว่า หลังจากที่ทำการรักษาเพียงครั้งเดียว ก็จะรู้สึกถึงผิวกระชับขึ้น  ผิวเรียบเนียน สัดส่วนลดลง โดยการลดลงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังและชั้นไขมัน รวมทั้งอายุของผู้ทำการรักษาในแต่ละรายด้วย

การทำ RF แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 10-60 นาที แล้วแต่บริเวณที่ต้องการ สามารถทำได้ 1-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ จนครบ 10-15 ครั้ง ผลการทำจะสังเกตได้ตั้งแต่ครั้งแรกว่าสัดส่วนกระชับขึ้น ผิวเรียบเนียนตึงขึ้น

ข้อปฎิบัติหลังการรักษาด้วย RF

1. หลังทำการรักษาภายใน 24 ชั่วโมง ดื่มน้ำให้มาก 2-3ลิตร/วัน
2. ควรควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมัน
3. ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
วามร้อนจะทำให้ผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้น
4. บริเวณที่ทำต้องมีตัวยาหล่อลื่นอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่มีตัวยาอยู่บริเวณที่ทำ อาจจะทำให้ผิวไหม้ได้
5. ไม่ควรทำบริเวณไรผม
8. ขณะทำคนไข้ต้องรู้สึกอุ่น ๆ ถึงจะเห็นผลดี

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

ติดต่อเรา

283/1 ถนน สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10310

089 171 8100 , 02 0111774-5

www.PureAndBright.com